
โปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้า
เก็บกรอบหน้าชัด ดูมีมิติ
โปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้าหรือที่เรียกว่า Jawline Filler คือวิธีการเติมเต็มใบหน้าช่วงสันกรามหรือกรอบล่างของใบหน้า โดยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปบริเวณกรอบหน้าและคางเพื่อใบหน้าให้มีมิติและโครงสร้างช่วงล่างของใบหน้าที่ชัดเจนขึ้น สารที่ใช้มักเป็นกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)
โปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้าได้รับความนิยม
เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยเหตุผลหลายประการ
1. ผลลัพธ์สังเกตุเห็นหลังทำ: ช่วยเพิ่มความคมชัดให้กับโครงหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวและมีมิติมากขึ้น
2. ไม่ต้องผ่าตัด: เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดจึงมีความเสี่ยงและระยะพักฟื้นน้อยกว่า
4. แก้ไขปัญหาหลายอย่าง: นอกจากเสริมคางยังช่วยลดริ้วรอยบริเวณมุมปากและแก้มได้ด้วย
6. ความรวดเร็วของกระบวนการ: ใช้เวลาทำไม่นานสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
7. ผลลัพธ์ที่ยืนยาว: แม้ไม่ถาวรแต่ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานหลายเดือนถึงปี
8. กระแสความนิยมในโซเชียลมีเดีย: อิทธิพลของ influencer และ celebrity ที่แชร์ประสบการณ์การทำ
อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจทำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและทำความเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียอย่างละเอียด

โปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้าดีไหม? เหมาะกับใคร?
การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ Jawline เหมาะสมกับหลายกลุ่มคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับวิธีนี้ ต่อไปนี้คือกลุ่มคนที่มักจะเหมาะสมกับการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ Jawline

1. ผู้ที่มีคางสั้นหรือถอยร่น
-
โปรแกรมฟิลเลอร์สามารถช่วยเพิ่มความยาวและความชัดเจนให้กับคาง
2. ผู้ที่ต้องการเสริมความคมชัดของกรอบหน้า
-
เหมาะสำหรับคนที่อยากมีโครงหน้าที่ชัดเจนขึ้น
3. ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและคาง
-
โปรแกรมฟิลเลอร์สามารถช่วยยกกระชับผิวได้ในระดับหนึ่ง
4. ผู้ที่ต้องการแก้ไขความไม่สมมาตรของใบหน้า
-
สามารถใช้โปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อปรับสมดุลของใบหน้าได้
5. ผู้ที่มีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล
-
เข้าใจข้อจำกัดและผลลัพธ์ที่เป็นไปได้จากการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายว่าใครเหมาะสมกับการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ Jawline
ควรมาจากการปรึกษากับแพทย์ ซึ่งจะประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้ารวมถึงพิจารณาประวัติสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่าการรักษาและได้ผลลัพธ์ที่ดี
ข้อดี-ข้อเสียของโปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้า
ก่อนทำโปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้าวันนี้ที่เพอร์โซน่าคลินิก มีข้อดีและข้อเสียของโปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้าที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจทำมาฝากกันค่ะ
ข้อดี
1. ปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
-
ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนโดยไม่ต้องรับการผ่าตัด
2. ผลลัพธ์รวดเร็ว
-
เห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังการรักษา
3. ระยะเวลาพักฟื้นสั้น
-
สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
4. ปรับแต่งได้ตามต้องการ
-
สามารถปรับปริมาณและตำแหน่งการฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
5. ช่วยชะลอริ้วรอย
-
นอกจากปรับรูปหน้า ยังช่วยเติมเต็มร่องลึกบนใบหน้าได้
6. ความยืดหยุ่นในการรักษา
-
สามารถเลือกทำเฉพาะจุดหรือทำทั้งกรอบหน้าได้
ข้อเสีย
1. ผลลัพธ์ไม่ถาวร
-
ต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์
2. อาการข้างเคียง
-
อาจเกิดรอยช้ำ บวม หรือแดงชั่วคราว
3. การติดเชื้อ
-
มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่อาจเกิดการติดเชื้อบริเวณที่ฉีด
4. ข้อจำกัดในการทำกิจกรรม
-
อาจต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือการนวดหน้าในช่วงแรกหลังทำ
5. ความเสี่ยงจากการอุดตันหลอดเลือด
-
แม้จะพบได้น้อยมากแต่ก็เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง
การเตรียมตัวก่อนฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้า
การเตรียมตัวที่ดีก่อนฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้าจะช่วยให้การรักษาปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี ต่อไปนี้คือคำแนะนำในการเตรียมตัว
1. ปรึกษาแพทย์
- พูดคุยกับแพทย์ เกี่ยวกับเป้าหมายและความคาดหวัง
- แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือสารใดๆ
- แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
2. หยุดยาและอาหารเสริมบางชนิด (1-2 สัปดาห์ก่อนทำ)
- ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน, อิบูโพรเฟน
- วิตามินอี
- น้ำมันปลา
3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- งดดื่มอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา
4. งดสูบบุหรี่
- หยุดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังการรักษา
5. ดูแลผิวหน้า
- ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด
- หลีกเลี่ยงการขัดหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองก่อนทำ
1 สัปดาห์
การดูแลหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้า
1. ประคบเย็น
- ใช้ถุงน้ำแข็งหรือผ้าเย็นประคบบริเวณที่ฉีด เพื่อลดอาการบวมและช้ำ
- ประคบครั้งละ 10-15 นาที ทุก 1-2 ชั่วโมงในวันแรก
2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด
- ไม่แตะต้องหรือนวดบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 1-2 วัน เพื่อให้โปรแกรมฟิลเลอร์เข้าที่
3. นอนหงายยกศีรษะสูง
- นอนหงายโดยยกหมอนให้ศีรษะสูงกว่าหัวใจในคืนแรก เพื่อลดอาการบวม
4. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
- งดออกกำลังกายหนักเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง
5. หลีกเลี่ยงความร้อน
- งดอาบน้ำร้อน, ซาวน่า, อบไอน้ำ หรืออยู่กลางแดดจัดเป็นเวลา 1-2 วัน
6. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
- งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
7. สังเกตอาการผิดปกติ
- หากมีอาการปวด บวม แดง หรือคล้ำผิดปกติ ให้ติดต่อแพทย์ทันที
8. ทำตามคำแนะนำของแพทย์
- ปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะที่แพทย์ให้อย่างเคร่งครัด
โดยทั่วไปอาการบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติและมักหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติรุนแรงหรือไม่หายไป ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด
